ความถนัดแพทย์ MEDDENT
เข้าสู่ระบบ
ปรึกษาแอดมิน
วิธีคิดคะแนนพาร์ตเชื่อมโยง TPAT1 เข้าใจง่ายในบทความเดียว

วิธีคิดคะแนนพาร์ตเชื่อมโยง TPAT1 เข้าใจง่ายในบทความเดียว

กรกฎาคม 25, 2026

สวัสดีครับน้อง ๆ DEK70 เชื่อว่าหนึ่งในพาร์ตที่ทำให้น้อง ๆ หลายคนสับสนที่สุดของวิชาความถนัดแพทย์ TPAT1 ก็คงหนีไม่พ้น “พาร์ตเชื่อมโยง” อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการคิดคะแนน เพราะหลายคนยังไม่แน่ใจว่า

  • ตอบไม่ครบโดนหักไหม
  • ตอบผิดติดลบยังไง
  • ถ้าคะแนนติดลบ จะโดนลากไปลบข้ออื่นหรือเปล่า
  • จำเป็นต้องตอบเรียงลำดับรหัสไหม

วันนี้พี่แม็คเลยจะพาน้อง ๆ มาทำความเข้าใจ “วิธีคิดคะแนนเชื่อมโยง TPAT1” แบบละเอียด แต่เข้าใจง่าย อ่านจบแล้ว น้อง ๆ จะเห็นภาพอย่างแน่นอน ว่าข้อสอบความถนัดแพทย์ พาร์ตเชื่อมโยงคิดคะแนนยังไง และควรวางแผนตอบแบบไหนถึงจะได้คะแนนมากที่สุด ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยคร้าบ^^

📌 วิธีคิดคะแนนของพาร์ตเชื่อมโยง

ก่อนอื่น น้อง ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่า คะแนนของพาร์ตเชื่อมโยงจะถูกแบ่งตาม “จำนวนรหัสคำตอบที่ถูกทั้งหมด” ในข้อสอบฉบับนั้น โดยใช้สูตรคะแนนต่อ 1 รหัส = 100 ÷ จำนวนรหัสคำตอบที่ถูกทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าข้อสอบพาร์ตเชื่อมโยงในปีนั้นมีจำนวนคำตอบที่ถูกเยอะ คะแนนต่อรหัสก็จะน้อยลง แต่ถ้ามีคำตอบถูกน้อย คะแนนต่อรหัสก็จะมากขึ้นครับ

ตัวอย่างการคิดคะแนน

สมมติว่า ข้อสอบพาร์ตเชื่อมโยงฉบับหนึ่ง มีจำนวนรหัสคำตอบที่ถูกทั้งหมด 40 รหัสดังนั้นคะแนนต่อรหัสจะเท่ากับ 100 ÷ 40 = 2.5 คะแนน หมายความว่า ทุกคำตอบที่ถูก จะได้รหัสละ 2.5 คะแนนครับ

กรณี1: ตอบถูกครบ ได้คะแนนเต็ม

สมมติว่า รหัส 01 มีคำตอบคือ 02A 3D 04D 05F

หากน้องตอบครบทั้ง 4 คำตอบ ก็จะได้คะแนนเต็มทั้งหมด 4 × 2.5 = 10 คะแนน

เรียกได้ว่าตอบครบ ถูกทั้งหมด ก็รับคะแนนเต็มไปเลยครับ

กรณี2: ตอบไม่ครบ “ไม่หักคะแนน”

ในกรณีที่น้องตอบไม่ครบ เช่น รหัส 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F

แต่น้องตอบเพียง 02A 03D 04D โดยลืมตอบ 05F

กรณีนี้น้องจะได้คะแนนเฉพาะข้อที่ตอบถูก คือ 3 × 2.5 = 7.5 คะแนน

และที่สำคัญคือ “ไม่โดนหักคะแนนเพิ่ม” เพราะข้อสอบจะหักคะแนนเฉพาะกรณีที่ตอบผิดเท่านั้นครับ

กรณี3: ตอบผิด ติดลบ รหัสละ 3 คะแนน

สิ่งที่น้อง ๆ ต้องระวังมากที่สุดของพาร์ตเชื่อมโยง คือ “ตอบผิดติดลบ” หากมีการตอบรหัสที่ไม่ใช่คำตอบ น้อง ๆ จะถูกหักรหัสละ 3 คะแนนทันที รวมถึงกรณีที่ตอบเลขถูก แต่ตัวอักษรผิดก็เช่นกัน 

ถ้าคำตอบจริงคือ 02A แต่น้องตอบ 02D แบบนี้ก็ถือว่าผิดครับ

ตัวอย่าง  รหัส 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F

แต่น้องตอบ 02D 03D 04D 05F

กรณีนี้ น้องตอบถูก 3 คำตอบ ตอบผิด 1 คำตอบ

คะแนนที่ได้คือ 3 × 2.5 = 7.5 คะแนน

แต่ถูกหักคะแนน 1 × 3 = 3 คะแนน

ดังนั้น คะแนนสุดท้ายจะเหลือ 4.5 คะแนน

กรณี4: คะแนนติดลบ “ไม่ลากไปลบข้ออื่น”

อีกเรื่องที่น้องหลายคนเข้าใจผิด คือ ถ้าคะแนนข้อนั้นติดลบ จะโดนลากไปลบข้อถัดไปไหม คำตอบคือ “ไม่ครับ”

หากคะแนนของข้อนั้นติดลบ ระบบจะปรับให้เหลือ 0 คะแนนทันที และจะไม่เอาคะแนนติดลบไปหักข้ออื่นต่อ

ตัวอย่าง รหัส 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F

แต่น้องตอบ 02A 03A 04A 05F

กรณีนี้ น้องตอบถูก 2 คำตอบ ตอบผิด 2 คำตอบ

คะแนนที่ได้คือ 2 × 2.5 = 5 คะแนน

แต่ถูกหักคะแนน 2 × 3 = 6 คะแนน

ดังนั้น รวมแล้วจะเหลือ -1 คะแนน

แต่ระบบจะปรับให้ข้อนี้เหลือ 0 คะแนนทันที และจะไม่นำ -1 ไปหักเพิ่มในข้ออื่นครับ


🔄 ตอบสลับตำแหน่งได้ ไม่จำเป็นต้องเรียง

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนกังวล คือ จำเป็นต้องเรียงลำดับคำตอบไหม คำตอบคือ “ไม่จำเป็นครับ”

สมมติรหัส 01 มีคำตอบคือ 02A 03D 04D 05F

แต่น้องตอบเป็น 05F 02A 03D 04D

ถึงจะเรียงไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคำตอบถูกครบ ก็ยังได้คะแนนเต็ม 10 คะแนนเหมือนเดิมครับ

คำแนะนำ : สำหรับน้อง ๆ DEK70 สิ่งสำคัญที่สุดของพาร์ตเชื่อมโยง TPAT1 ไม่ใช่แค่ “ตอบให้ได้เยอะ” แต่ต้อง “ตอบอย่างระวัง” ด้วย เพราะข้อสอบมีระบบติดลบ พี่แม็คแนะนำว่า ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเดาสุ่ม เพราะการตอบผิด 1 รหัส จะโดนหักถึง 3 คะแนน ซึ่งบางครั้งอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงครับ ดังนั้นการฝึกทำโจทย์เชื่อมโยงบ่อย ๆ และฝึกจับใจความให้แม่น จะช่วยให้น้องตัดสินใจได้ดีขึ้นเวลาทำข้อสอบจริง

เป็นยังไงกันบ้างค้าบ น้อง ๆ DEK70 ดูจากการคิดคะแนนพาร์ตเชื่อมโยงแล้วไม่ต้องเครียดน้า พี่แม็คเชื่อว่าถ้าน้องมั่นฝึกฝน ตั้งใจ น้องจะสามารถเก็บ 100 เต็มได้แน่นอน น้อง ๆ สามารถดูรีวิวจากรุ่นพี่ลูกศิษย์พี่หมอแม็คได้เลย รีวิวจากนักเรียน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจวิธีคิดคะแนนเชื่อมโยง TPAT1 มากขึ้นนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าน้า สวัสดีคร้าบ ^^